ตอนที่ฉันเรียนรู้ว่า "การกู้ภัย" ไม่ใช่แค่งานหนัก แต่เป็นศิลปะของการเชื่อมใจ

ฉันจำได้ว่าตอนตัดสินใจเข้าร่วมทีมอาสาสมัครที่ 39 Oxford Rescue Squad คณะแรกของฉันคือ "ฉันจะได้อะไร จากการทำงานหนัก ไม่มีเงินเดือน?" พ่อแม่ถามเหมือนกัน เพื่อนสนิทบอกว่าฉันบ้า ทำไมไม่ไปหาเงินแบบคนปกติ
แต่ที่แท้จริง ฉันเพียงแค่อยากรู้ว่าการทำให้คนอื่นรอด มีความรู้สึกเป็นยังไง
วันแรกที่สนามกู้ภัย บทเรียนที่ไม่มีในห้องเรียน
การฝึกสำเร็จแล้ว ฉันจำเป็นต้องออกไปสนามจริงถึงจะนับว่าเป็น "สมาชิก" จริงๆ นี่คือเรื่องหนึ่งที่ฉันชอบที่สุดเกี่ยวกับทีมของเรา—ไม่มีการปล่อยคนออกไปแบบสายๆ ทุกคนต้องพิสูจน์ตัวในสถานการณ์จริง
สาย 2 ตอนเช้า มีการแจ้งเหตุ: ผู้หญิงคนหนึ่งป่วยลมหายใจ นอนอยู่กลางถนนเหนือสภากิจการหมู่บ้าน ใจฉันเต้นแรงแปลกๆ ขึ้นรถนั่งบนโครงกระดูกสีแดง ดูเหมือนเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญในโลกในตอนนั้น
เมื่อมาถึง ฉันคิดว่าจะเห็นสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนาทีละหลาย เต็มไปด้วยความเชื่อ ความสับสน บางทีอาจเห็นความตัน ความอ่อนแรง
สิ่งที่ฉันเห็นคือ: ผู้หญิงคนนั้นนั่งบนขอบทางม้วนตัวไปข้างหน้า หน้าซีดขาว มีผู้ชายนั่งข้างเคียง (สามี) ถือมือเธอแน่นๆ พูดอะไรบางอย่างซ้ำๆ ลูกสาวยืนถัดไป โทรศัพท์หลุดจากมือ
นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึก หวาดเสียวจากการ เห็นจริงๆ ไม่ใช่ในสถานการณ์ฝึกหรือวิดีโอ
ความเจ็บปวด ไม่ใช่แค่ของคนป่วย
พวกเราวิ่งเข้าไป ผู้บัญชาการหลัก (ชื่อเขา อธิเรศ) ให้สัญญาณให้ฉันจับชีพจร วัดความดัน ปลดล็อกมาสก์ออกซิเจน ฉันทำตามคำสั่งแต่ไม่รู้สึกเหมือนทำการช่วยเหลือเลย รู้สึกเหมือนเดินตามขั้นตอนในเรื่องที่ไม่ใช่ของฉัน
แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงทั้งหมดคือเมื่อหญิงคนนั้นหายใจลึก ลิ้นแดงหลุดออกมา เธอมอง อธิเรศตรงๆ และพูดว่า "ขอบคุณ"
เพียงคำเดียว
อธิเรศตอบ "ไม่เป็นไร เรามาช่วยคุณ" แล้วหันมาบอกสามีเธอว่า "ลองหาโรงพยาบาล ที่ใกล้สุดหรือที่คุณเชื่อใจ เราส่งไป"
วางมือต่อกับสามี ยืนขึ้นมา รับมือสาว ผู้หญิงคนนั้นยังตัวสั่น ลูกสาวร้องไห้เงียบๆ แต่มีอะไรบางอย่างในสายตาเพียงแต่ "คราวนี้ดีกว่านี้" พวกเขาปล่อยใจ
ขณะที่เราเตรียมประตูรถ ตัวฉันสั่น
ทำไมฉันถึงสั่น?
ในรถขณะเดินทางไปโรงพยาบาล ฉันเดินตามหน้าที่เหมือนเครื่องจักร แต่ในหัว คำถามตัวใหญ่หลายตัวกำลังโจมตี "เธอขอบคุณใคร? เราหรือการที่เธออยู่รอด? ถ้าเราช้าไป ถ้าฉันทำผิด ถ้า..."
พอลงรถ อธิเรศถามฉันเลย "เป็นไงบ้าง ครั้งแรก?"
ฉันพยักหน้า ไม่รู้จะพูดอะไร
"เหนื่อยใจจากคำขอบคุณนั้นใช่ไหม" เขาพูดอย่างเข้าใจ "นี่แหละจุดเริ่มต้นจริงๆ ของการเป็นกู้ภัย"
ฉันถามกลับ "คุณไม่เหนื่อยจากมันหรือ?"
อธิเรศหัวเราะ "เหนื่อยสิ แต่เหนื่อยแบบดี มันเหนื่อยที่ คุณเห็นผลจริง คุณไม่ใช่หุ่นตัวเดียวทำหน้าที่ คุณเห็นว่า คำของคุณ มือของคุณ การตัดสินใจของคุณ มีผลต่อคนอื่นจริงๆ"
ศิลปะของการเชื่อมใจ
เดือนต่อๆ มา ฉันค่อยๆ เข้าใจว่า กู้ภัยไม่ใช่เพียงเทคนิคและอุปกรณ์ มันเป็น ศิลปะของการพูดจำกับคน
วันนึง เกิดอุบัติเหตุรถชน บุคคลที่เจ็บเป็นหนุ่มชายวัย 20+ เขากำลังแกว่งขั้วไฟฟ้าในมือ ร้องเรียกว่า "อย่ามาใกล้! ตัวฉันเป็นอันตรายสำหรับทุกคน!" เขาต้องการให้ทั้งหมดออกไปจากนั่น
ผู้นำทีมของเรา (สม) นั่นครั้ง ไม่เข้าไปตรงๆ แทนที่จะแก้ปัญหา มันก็ยืนห่างออกไป นั่งลง แล้วเริ่มคุยเรื่องเล่าว่า เมื่อไหร่เขาเคยประสบอุบัติเหตุ ความรู้สึกที่เป็นอย่างไร เขากลัวยังไง เขาว่าง่ายจริงๆ ที่คิดว่าตัวเอง "อันตราย"
ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง เพื่ออพยพหนุ่มคนนั้น มานั่งเทคไม้ไฟฟ้า ออกจากอ้อมแขนของความกลัว
วันนั้น ฉันเรียนรู้ว่า: "คนจะฟังเราเมื่อ เราฟังเขาก่อน"
การเสียสละไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือการเลือก
บ้านฉันคนอื่นยังคงบ่น "ทำไมไม่มีเงิน?" "ทำไมต้องหนักขนาดนี้?" "คุณเสียสละมากไป"
แต่ในสามปีที่ผ่านมา ฉันเรียนรู้ว่า การเสียสละนั้นมีอยู่ในทุกงาน ทุกชีวิต คนที่บ่นว่าเสียสละเหล่านั้น บางทีก็เสียสละเงิน สุขภาพ ครอบครัว เพื่อทำเรื่องที่พวกเขาคิดว่าสำคัญ
สิ่งที่ต่างตรงนี้คือ: ฉันรู้ว่าฉันเสียสละเพื่ออะไร
เมื่อฉันนั่งเข้วแบตสนามฟุตบอลตอน 3 เช้า เพื่อให้ผู้ป่วยหัวใจทำการกู้ชีพ มีเด็กผู้ชายวัย 8 ขวบจากจังหวัลอยนั่งเอาใจใส่ เขาถามว่า "คุณพี่ทำงานนี้ทำไม?" ฉันตอบตรงไป "เพื่อให้ลูกคุณแม่อายุได้อีกหลายสิบปี"
นั่นคือการเสียสละที่สมเหตุสมผล นั่นคือการเลือกที่ชัดเจน
ถ้าคุณกำลังคิด
ถ้าคุณกำลังอ่านเรื่องนี้ และคิดว่า "ขนาดนี้ก็พอใจ งานประจำของฉันก็ไม่มีความหมาย" ฉันเข้าใจนะ ฉันคิดแบบนี้มา 6 เดือนก่อนติดทีม
แต่ปัญหาของคำว่า "ความหมาย" คือ มันไม่ได้มาเพราะงาน มันมาจากการเห็นผล การเชื่อมต่อกับคนอื่น และการรู้ว่าเรากำลังทำอะไร
ตอนนี้ฉันหนึ่งในสมาชิกอาสาสมัครที่พยายามหาคนใหม่ ขลุกขลัน พยายามอธิบายว่าทำไมมันดี ลองอธิบายว่ากู้ภัยมันไม่ใช่แค่ "งาน" มันเป็นการเลือก ที่ทำให้คุณรู้สึกว่า ชีวิตของคุณ จริงๆ แล้ว มีความหมาย
และพอคุณเข้าใจเรื่องนี้ทีเดียว คุณจะไม่อยากหลุดออกไป
เพราะการกู้ภัยไม่ใช่เรื่องของความเหนื่อยหรือความเสียสละ
มันเป็นเรื่องของการเชื่อมใจ
แสดงความคิดเห็น